[os] A kitten kiss ♡ #Spirk

 

 

[os] A kitten kiss ♡

Pairing : Spock/Kirk

fluff ค่ะ *นอนจมกองน้ำตาล*

 

 

 

 

 

 

 

.

.

.

 

0236 – ship time

 

 

 

หลังจากผ่านการทำงานอย่างต่อเนื่องมาโดยที่ไม่ได้พัก ลีโอนาร์ด โบนส์ แมคคอย ก็เพิ่งได้ทิ้งตัวลง’นั่ง’เป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง งานของเขาในวันนี้หนักกว่าปกติ เพราะยังมีลูกเรือที่บาดเจ็บมาจากภารกิจครั้งก่อนบวกกับส่วนที่บาดเจ็บเล็กน้อยจากการลงสำรวจดาวดวงใหม่ในวันนี้เพิ่มขึ้นไปอีก แต่ยังถือว่าเป็นโชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บร้ายแรง เพราะถึงแม้จะรู้ว่าการตายไม่ใช่เรื่องแปลกในสายงานของพวกเขา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่ดีเมื่อมีใครจะต้องจากไป โดยเฉพาะกัปตันของยาน Enterprise ที่มักจะโทษตัวเองในทุกครั้งที่เกิดความผิดพลาดเสมอๆ

 

 

 

แค่คิดถึงกัปตันคนเก่งที่ชอบสร้างเรื่องยุ่งมาให้เขาตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกัน มุมปากของโบนส์ก็เริ่มยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย (ให้ตายเขาก็จะไม่ยอมรับว่าตัวเองยิ้ม!) ถึงจะคอยด่าคอยว่าเจ้าตัวยุ่งมันขนาดไหน แถมตอนนี้เจ้าตัวยังเป็นถึงกัปตันของยาน Enterprise แต่จิม เคิร์ก ก็ยังเป็นเด็กน้อยที่เขารู้สึกว่าต้องดูแลอยู่ดีนั่นแหละ

 

 

 

 

สร้างเรื่องยุ่งไม่เคยเว้นแต่ละวัน

 

 

 

 

พูดไม่ทันขาดคำ communicator ส่วนตัวของโบนส์ก็กระพริบสัญญาณสีแดงขึ้น สายตาที่เหนื่อยล้าเหลือบมองนาฬิกาก็เห็นว่าเลยวันใหม่ไปสองชั่วโมงกว่าๆแล้ว โบนส์ถอนหายใจหนักๆสักหนึ่งทีพลางกดรับ รู้สึกกังวลขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าเป็นเสียงของผู้การชาววัลแคนติดต่อมา

 

 

 

ก็ถ้าเป็นสป็อคติดต่อมา ส่วนมากก็เป็นเรื่อง จิม นั่นล่ะ

 

 

 

“แมคคอยพูด มีอะไรสป็อค?”

“เชิญคุณหมอที่ห้องบังคับการเริอด่วน เกิดปัญหาขึ้นกับกัปตันครับ”

 

 

 

โบนส์สบถใส่สป็อคสองสามคำจนเจ้าตัวพอใจแล้วจึงลุกออกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว มือหยิบอุปกรณ์ที่คาดว่าจะได้ใช้รวมถึงไฮโปสารพัดอย่างที่จิมเกลียดนักเกลียดหนา สองขาที่ยังไม่ทันหายจากการอ่อนล้าเพราะทำงานติดกันมาหลายชั่วโมงพาตัวเองวิ่งออกไปทันที ถึงจะไม่แปลกใจนักที่เกิดเรื่องกับจิมอีกแล้ว แต่ก็อดคิดไม่ได้ทุกครั้งว่าจิมนี่เป็นเหมือนแม่เหล็กคอยดูดปัญหาเข้ามาหาตัว คราวนี้ไม่รู้ไปทำเรื่องอะไรขึ้นมาอีก ไม่ใช่ว่าลงไปทำให้ใครไม่พอใจแล้วโดนอัดมาอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

 

 

 

ตลอดการเดินทาง ในใจของโบนส์คิดเพียงแค่ว่าคงเจอจิมเลือดท่วม โดนอะไรแทงมา อาจจะแขนหัก หัวแตกหรืออะไรก็ตามแต่ แต่ไม่คิดว่าภาพที่เห็นคือวัลแคนที่เพิ่งคุยกันเมื่อสักครู่ยืนตัวแข็งทื่อ(มากกว่าปกติ)อยู่ข้างเก้าอี้กัปตัน แต่เจ้าตัวปัญหาที่สป็อคบอกเขาว่าเกิดเรื่องดันไม่อยู่ในที่ประจำซะอย่างนั้น สิ่งที่โบนส์เห็นตรงหน้าเป็นแมวหนึ่งตัว ไม่ใช่สิ ดูแล้วเป็นลูกแมวมากกว่า นอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเก้าอี้กัปตัน ขนาดตัวไม่น่าเกินฝ่ามือของเขา ขนของมันเป็นสีน้ำตาลอ่อนดูนุ่มมือน่าจับ ขาเล็กๆทั้งสี่ขายืดออก พลันพลิกให้ตัวเองอยู่ในท่านอนหงายที่เจ้าตัวคงสบายที่สุด ดวงตาสีฟ้าที่ดูคุ้นเคยอย่างประหลาดจ้องตรงมาพร้อมส่งเสียงร้องแง้วๆสองสามทีเหมือนจะทักทายเขา

 

 

 

“ทำไมมีแมวอยู่ที่นี่หล่ะสป็อค แล้วไหนจิม?” โบนส์ถามออกไปอย่างหงุดหงิด แต่สป็อคก็เพียงมองเขานิ่งๆ สีหน้ายังคงความเรียบเฉย แต่แมคคอยที่(โดนบังคับให้)ทำงานร่วมกับสป็อคมาหลายปีเห็นได้ชัดว่าสป็อคยืนตัวแข็งทื่อกว่าปกติ คิ้วของสป็อคด้านซ้ายกระตุกขึ้นมาสูงกว่าด้านขวาเล็กน้อย มุมปากคว่ำลง(ระดับมิลลิเมตรวัลแคน) แต่แค่นี้ก็เป็นสัญญาณที่ทำให้โบนส์เห็นได้ชัดว่ามีอะไรผิดปกติ

 

 

 

สป็อคอ้าปากเล็กน้อยเหมือนจะตอบคำถามเขา แต่ก็หยุดเสียก่อนที่จะมีเสียงอะไรออกมา คิ้วเฉียงโค้งของเจ้าตัวที่เป็นเอกลักษณ์ก็ขมวดขึ้นมาอีก โบนส์เดินเข้าไปใกล้สป็อคมากขึ้น แต่พอก้าวไปได้ไม่ถึงสามก้าว เจ้าลูกแมวที่เมื่อกี้นอนสบายอยู่บนเก้าอี้ก็กระโดดลงมาขวางกลางระหว่างเขาและสป็อค ขนนุ่มที่เคยมองว่าน่าจับตอนนี้เริ่มพองขึ้นเรื่อยๆ เจ้าลูกแมวตัวน้อยส่งเสียงขู่ต่ำๆ แสดงถึงอาการไม่พอใจ โบนส์หยุดชะงัก พลางมองลูกแมวตรงหน้าด้วยความสงสัย

 

 

ตาฟ้าๆของลูกแมวจ้องเขาเขม็ง เหมือนท้าทายว่าอย่าเข้ามาใกล้ผู้การมากไปกว่านี้ สายตาของลูกแมวนั้นคุ้นเคยอย่างที่เขาคิด ประกายแนวแน่ในดวงตาคู่นี้โบนส์มั่นใจว่าเขาเคยเห็นมาก่อน–

 

 

 

 

เห็นมาก่อน จาก จิม

 

 

 

 

โบนส์เบิกตากว้าง มองลูกแมวตรงหน้าที่ตอนนี้ยังคงพยายามส่งเสียงขู่ฟ่อๆ (แต่ดันเหมือนเสียงครางหงุงหงิงเสียมากกว่า) ร่วมกับอากัปกริยาที่ทำตัวหวงสป็อคไม่ให้ใครเข้าใกล้ แถมตาฟ้าๆที่เป็นเอกลักษณ์นั้นดูดื้อเหมือนกัปตันของยานไม่มีผิด โบนส์มองวัลแคนตรงหน้าที่ยืนตัวแข็งมองเขาเหมือนทำอะไรไม่ถูก ยิ่งทำให้โบนส์เริ่มแน่ใจว่าลูกแมวตัวนี้คือจิม

 

 

 

 

 

 

 

“ให้ตายเถอะจิม!! นี่มันเกินความสามารถของหมอแล้วนะโว้ย!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

.

 

 

 

 

สป็อคเดินตามหมอแมคคอยไปที่ห้องพยาบาล เพราะเจ้าตัวต้องการที่จะตรวจอะไรเพิ่มเติมสักหน่อย ตลอดการเดินทางสป็อคได้ยินหมอคนเก่งสบถคำด่าที่ไม่สมควรพูดออกมาตลอดเวลา สป็อคจับใจความได้แค่บางประโยคเท่านั้น (ยกตัวอย่างเช่น ขนาดเป็นแมวมันยังหวงของๆมัน—  เป็นต้น) แต่สป็อคก็ไม่ได้พูดห้ามหรือขัดเหมือนหลายๆครั้ง เพราะจิตใจของเขาดันไปอยู่ที่ลูกแมวในมือ ที่กว่าจะยอมออกมาจากห้องบังคับการได้ ทำเอาลูกเรือทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นวุ่นวายไปหมด นอกจากลูกแมวตัวยุ่งจะไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้สป็อคแล้ว จิมยังวิ่งไปทั่วและไม่ยอมให้ใครจับตัว แถมยังหวงเก้าอี้กัปตันมาก ร้องโวยวายทุกครั้งที่มีใครเข้าใกล้  จนสุดท้ายเป็นสก๊อตตี้กับอูฮูร่าที่ต้อนลูกแมวจนจนมุม แล้วจึงจัดการอุ้มแมว(ที่ไม่พอใจ)ขึ้นมาจากพื้นแล้วยัดใส่อกสป็อค เจ้าแมวตัวยุ่ง(ที่ตอนนี้พอใจแล้ว)ถึงได้นอนสงบลงอยู่แนบอกของเขา

 

 

 

 

 

สป็อคมอง จิม ที่ตอนนี้ตัวเล็กเท่ามือเขา

 

 

 

 

 

 

สป็อคไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงในสถานการณ์ที่ไม่มีเหตุผลแบบนี้ เมื่อย้อนไปเมื่อ 42.04 นาทีที่ผ่านมา จิมเพิ่งขึ้นมาจากยาน หลังจากลงไปในดวงดาวแห่งใหม่เพื่อเจรจาทางการทูต ครั้งนี้สป็อคไม่ได้ลงไปด้วยเพราะไม่ใช่ภารกิจที่เสี่ยงและจิมยืนยันให้สป็อคอยู่บนยาน ถึงแม้ว่ามีความเป็นไปได้ถึง 80.56% ที่จิมจะกลับมาด้วยบาดแผล แต่ครั้งนี้เจ้าตัวขึ้นมาในยานอย่างปลอดภัยและยืนยันที่จะไปทำหน้าที่กัปตันต่อที่ห้องบังคับการ จิมเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ประจำ ส่วนสป็อคหันหลังเดินไปประจำที่ science station ของตัวเอง ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 3.056 วินาที ที่จิมไม่ได้อยู่ในลานสายตาของสป็อค แต่เมื่อเขาหันกลับไปมอง กลับเห็นแต่ลูกแมวนอนกองรวมกับชุดยูนิฟอร์มสีเหลืองของจิมอยู่บนเก้าอี้แทนกัปตันไปแล้ว

 

 

สป็อคสั่งให้อูฮูร่าติดต่อกับดาวทันที หลังจากบทสนทนาที่ตึงเครียดยาวนานกว่า 9.23 นาที ถึงได้คำตอบมาว่า กัปตันของเขาไปตีสนิทกับลูกสาวคนเล็กของทูตประจำดาว ที่ถ้านับตามมนุษย์เธอมีอายุเพียง 8 ปี ซึ่งอ้างว่าจิมเป็นคนบอกเธอเองว่าอยากจะเป็นแมว เธอจึงให้จิมเป็นแมว 1 วันตามคำขอของจิมเอง (“ให้ตายเถอะสป็อค!! จิมมันไปยุ่งกับเด็กประสาทๆที่ไหนมาอีก!!” : โบนส์) สป็อคไตร่ตรองถึงหลักการทางเหตุผลที่จิมจะไม่อยากจะเป็นมนุษย์มีความเป็นไปได้เท่ากับ 0.000000623 % แล้วจึงสรุปความได้ว่าสาเหตุทั้งหมดเกิดจากความผิดพลาดทางการสื่อสาร และด้วยความที่ชนเผ่าในดวงดาวนี้มีความสามารถพิเศษ (“ไอ่พวกนี้มันเป็นแม่มดหมอผีเว้ยสป็อค!!” : โบนส์) สป็อคจึงคาดการณ์ว่าในครั้งนี้ตรรกะและเหตุผลใช้แก้ปัญหาของจิมไม่ได้ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือรอให้จิมกลับมาหายเป็นปกติภายใน 24 ชั่วโมงเอง ตามที่สป็อคได้รับการยืนยัน

 

 

 

 

 

 

เขาไม่ควรยอมตามใจให้จิมลงไปที่ดาวนี้เองเลย

 

 

 

 

 

 

สป็อคเผลอรัดลูกแมวในอกแน่น แต่แรงที่มากเกินมนุษย์ธรรมดาของวัลแคนทำให้ลูกแมวในอกส่งเสียงร้องอย่างตกใจขึ้นมาทันที สป็อคคลายมือลงแล้วค่อยๆลูบหัวจิมเบาๆ ไม่นึกแปลกใจกับสัมผัสนุ่มมือที่ได้ ซึ่งไม่ต่างอะไรไปกับผมของจิม ที่สป็อคชอบจับอยู่เสมอๆ(แต่เจ้าตัวก็คงบอกว่าวัลแคนไม่รู้สึกชอบ) ลูกแมวตัวน้อยกัดนิ้วชี้ของสป็อคเบาๆเป็นการทำโทษ แต่หลังจากนั้นหัวเล็กๆก็ไถเข้าที่มือของเขาอีกสองสามทีแล้วจึงกลับไปซุกอกเหมือนเดิม

 

 

 

เมื่อถึงห้องพยาบาล สป็อคค่อยๆวางจิมลงบนเตียงคนไข้ แต่เจ้าตัวปัญหาเหมือนจะไม่อยากออกจากความอุ่นสบายนี้ ขาเล็กๆเกาะเกี่ยวมือและแขนสป็อคไว้แน่นจนสป็อคต้องค่อยๆแงะออกมาอย่างเบามือ พอสป็อคดึงออก จิมก็เกาะใหม่ สป็อคดึงออกอีกครั้ง จิมก็เกาะใหม่อีกพร้อมตะปบเกาะด้วยแรงมากขึ้น ตาสีฟ้าของเจ้าแมวเริ่มเต็มไปด้วยประกายไม่พอใจ

 

 

 

โบนส์ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด พลางเดินไปกระชากลูกแมวลงมาวางไว้ที่เตียงเอง โดยไม่สะทกสะท้านอะไรกับสายตาไม่พอใจของทั้งแมวและวัลแคน (ที่คิ้วเริ่มกระตุกด้วยอัตราเร็ว 1.04 ครั้งต่อวินาที) แมวหน่ะ คงไม่พอใจที่เขาไปแยกมันออกจากสป็อค แต่สป็อคคงไม่พอใจที่เขากระชากแรงไป จนเจ้าแมวส่งเสียงร้องโวยวายออกมา

 

 

 

 

ประคบประหงมกันเสียจริง!! แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้จนถึงเช้าก็ยังไม่ได้ตรวจกันพอดี!!

 

.

 

 

 

 

 

 

.

.

 

 

 

“มันปกติดีเท่าฉันรู้ แต่ฉันไม่ใช่หมอแมว พรุ่งนี้ก็พามาเช็คด้วยหล่ะ”

“ครับ”

 

 

 

สป็อคเดินออกจากห้องพยาบาลพร้อมกับเสียงตะโกนไล่หลังจากแมคคอยว่าพรุ่งนี้ให้รีบเข้ามาตั้งแต่ตอนเช้า ขายาวๆก้าวไปตามทางเดินแต่เนื่องด้วยเป็นเวลาดึกมากแล้วตอนนี้จึงไม่มีคนอยู่เลย ระหว่างที่สป็อคเดินไปได้เพียงสิบก้าวก็รู้สึกว่าลูกแมวในอกเริ่มดิ้นขลุกขลัก พร้อมกับส่งเสียงร้องโวยวายอย่างไม่พอใจอะไรสักอย่าง สป็อคนึกไปถึงจิมตอนที่เป็นมนุษย์ จิมที่บางครั้งเวลาบาดเจ็บ มักจะดื้อและไม่ชอบให้ใครอุ้มเท่าไหร่ สป็อคคิดว่าเจ้าแมวคงอยากลงเดินเอง จึงค่อยๆวางจิมลงบนพื้น

 

 

 

เมื่อได้อยู่บนพื้นจนตัวเองพอใจ เจ้าแมวน้อยก็ยืดตัวเหมือนบิดขี้เกียจ หัวเล็กๆเงยขึ้นมองทางแล้วขาสั้นป้อมก็ค่อยๆก้าวไปข้างหน้าแต่ก็ดูเตาะแตะเหมือนเด็กหัดเดิน คางของเจ้าตัวเชิดขึ้น เดินตรงไปอย่างแน่วแน่ให้ความรู้สึกขัดกับท่าเดินเป๋ไปมาของเจ้าตัว สป็อคมองจิมเดินไปข้างหน้าด้วยขาสั้นๆแล้วใช้ความอดทนอย่างมากไม่ให้ริมฝีปากตัวเองขยับยกยิ้มขึ้น เจ้าแมวที่เหมือนจะรู้ตัวว่าโดนมอง ส่งเสียงดังโวยวายใส่หนึ่งทีเหมือนกับเร่งให้สป็อครีบเดินตามไป

 

 

 

ถ้าตอนนี้ใครยังไม่นอน คงได้เห็นภาพประหลาดของผู้การชาววัลแคน (ที่ก้าวขาสั้นกว่าปกติ) เดินไปข้างกันกับลูกแมวตัวน้อย(ที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองหัดเดิน) นั่นแหละ

 

 

 

 

.

.

 

 

 

เมื่อถึงห้องของกัปตัน สป็อคมองข้าวของจำเป็นสำหรับแมวในห้องที่ลูกเรือเตรียมไว้ให้ ถึงแม้จะได้รับการยืนยันว่าจิมจะกลับสู่สภาพเดิมภายใน 24 ชั่วโมง แต่ก็ยังมีสิ่งของลักษณะที่มีความเป็นไปถึง 98.95% ที่จะเป็นของเล่นสำหรับแมวรวมอยู่ด้วยส่วนหนึ่ง เจ้าแมวน้อยที่พอเข้ามาถึงห้องก็ไปยืนรออยู่ตรงชามข้าว จิมคงหิว  สป็อคจึงเริ่มเทนมลงในชามเล็กๆ แต่ยังไม่ทันที่จะเทนมจนเสร็จ จิมก็พุ่งตัวเข้ามากินทันที แต่คงเป็นเพราะว่ายังเป็นแมวเล็ก แค่เลียได้สองสามทีก็เลาะเทอะไปหมด หน้าของจิมเต็มไปด้วยนม สป็อคจึงใช้ผ้าเช็ดหน้าให้อย่างเบามือ เมื่อเจ้าตัวเล็กกินอิ่มจนพอใจแล้วก็ไปขดตัวอยู่บนที่นอนแมวตรงกลางห้อง

 

 

 

เมื่อเห็นว่าเจ้าแมวสบายแล้ว สป็อคก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อที่จะไปทำธุระส่วนตัว หลังจากเดินเข้าห้องน้ำมาเพียง 43 วินาที หูของวัลแคนที่ไวต่อเสียงได้ยินเสียงร้องเบาๆจากนอกประตูห้องน้ำ ตามมาด้วยเสียงข่วนประตู เมื่อสป็อคเปิดประตูออกมา เจ้าแมวน้อยที่เหมือนรอให้ประตูเปิดก็ใช้โอกาสนี้วิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที หลังจากจิมเดินเข้ามาในห้องน้ำแล้ว เจ้าตัวก็ดมๆพื้นอยู่สองสามครั้ง แล้วก็นั่งหันหน้ามามองสป็อค

 

 

เมื่อมองดูแล้วว่าเจ้าแมวตัวยุ่งยังอยู่ในสภาพปกติดี สป็อคมองแมวตัวเล็กนิ่ง นึกไปถึงตอนที่จิมเป็นมนุษย์ ตั้งแต่ที่พวกเขาพัฒนาความสัมพันธ์เป็นคนรัก จิมเข้ามาระหว่างที่สป็อคอาบน้ำอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 ครั้ง (มันประหยัดเวลากว่าไงสป็อค!! : จิม) ถึงตอนนี้จิมจะเป็นแมว แต่สป็อคไม่คิดว่าการที่จิมอยู่ในห้องน้ำระหว่างเขาอาบน้ำเป็นเรื่องที่เหมาะสม

 

 

“จิม ออกไปก่อน” สป็อคพูดกับจิมด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่เจ้าแมวยังคงนิ่งเฉย แถมจากที่เคยนั่งมองเขาตอนนี้จิมลงไปนอนบนพื้นห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว ดวงตาฟ้าๆนั่นมีประกายดื้อไม่เปลี่ยนไปจากตอนเป็นมนุษย์

 

 

“จิม ออกไปรอข้างนอก”สป็อคพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น มองแมวตรงหน้าพร้อมเอียงคอแล้วเลิกคิ้วข้างซ้ายขึ้น แต่บริเวณโหนกแก้มและปลายหูแหลมๆอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวเริ่มขึ้นสีเขียวจางๆ

 

 

เมื่อเห็นว่าการพูดไม่เป็นผล สป็อคจึงเดินไปอุ้มจิมขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว เจ้าตัวยุ่งส่งเสียงร้องและดิ้นขลุกขลักไปมา แต่ก็สู้แรงวัลแคนไม่ได้ สป็อควางจิมลงบนพื้นด้านนอก แล้วปิดประตูห้องน้ำ

 

 

 

 

 

 

เมื่อออกมาจากห้องน้ำและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย สป็อคเริ่มรับรู้ว่าเปลือกตาของเขาหนักขึ้น ปกติชาววัลแคนต้องการการพักผ่อนน้อยกว่ามนุษย์อยู่แล้ว แต่ด้วยความที่ทำงานสะสมอย่างไม่ได้พักมาร่วมหลายวัน (รวมถึงเรื่องของจิมในวันนี้อีก) ทำให้สป็อคเหนื่อยมากกว่าปกติ

 

 

สป็อคเดินมาที่เตียงของเขากับจิม เขาไม่แปลกใจที่เห็นลูกแมวนอนสบายอยู่ตรงกลางเตียง แต่เมื่อเจ้าตัวได้ยินเสียงเขาเดินมาหา จิมเงยหน้าขึ้นมองสป็อคแค่ 2.056 วินาทีแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ละม้ายคล้ายคลึงกับกิริยาท่าทางของจิมตอนเป็นมนุษย์เวลาที่ไม่พอใจสป็อค สป็อคจึงสรุปได้ว่า จิมกำลังไม่พอใจที่เขาไม่ให้อยู่ในห้องน้ำด้วยกัน

 

 

สป็อคคิดหาวิธีการแก้ไขในสถานการณ์นี้ มือใหญ่ค่อยๆยื่นลงไปทางส่วนหัวเล็กๆของแมวน้อยช้าๆ  ในตอนแรกเจ้าแมวก็พยายามเบือนหน้าหนี แต่พอสป็อคได้ลูบหัวไปสองสามที ก็ไถหัวเข้าหามือสป็อคเองโดยอัตโนมัติ พลางส่งเสียงครางต่ำๆด้วยความพอใจ เจ้าตัวยุ่งงับนิ้วชี้สป็อคเบาๆเป็นการทำโทษเป็นครั้งที่สองของวัน ก่อนที่สป็อคจะรู้สึกได้ถึงความชื้นที่นิ้วจากลิ้นสากๆของแมวที่ตอนนี้ตั้งใจเลียนิ้วชี้และนิ้วกลางของเขาเบาๆ

 

 

เนื่องจากมือเป็นจุดที่ไวต่อการสัมผัสของชาววัลแคน สป็อครู้สึกได้ว่าใบหน้าและใบหูของเขาร้อนขึ้น ถ้าจะเปรียบเทียบกับคำพูดของมนุษย์คงจะเปรียบได้ว่า เลือดของเขาไปกองอยู่ที่ใบหน้าและหูหมดแล้ว (ซึ่งทางทฤษฏีสป็อคย้ำว่า เลือดไม่สามารถไปอยู่บริเวณนั้นทั้งหมดได้) สป็อครีบดึงนิ้วออกจากปากเล็กๆนั้น แล้วใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางเคาะหัวจิมเบาๆ เจ้าตัวยุ่งครางงอแงได้สักพัก แล้วถึงยื่นหัวมาให้สป็อคลูบเบาๆเหมือนเดิม

 

 

เมื่อจิมหายไม่พอใจแล้ว สป็อคจึงกระซิบบอกจิมให้ขยับตัว เจ้าแมวก็ยอมทำตามแต่โดยดี ตาฟ้าสวยของลูกแมวเริ่มหรี่ลง ปากก็หาวจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความง่วงของเจ้าตัว สป็อคนอนลงบนเตียง สิ่งสุดท้ายที่เห็นก่อนหลับตาลงคือภาพของจิมที่พยายามขดตัวซุกเข้าที่ซอกคอของเขา

 

 

 

 

.

.

 

 

 

 

 

 

1126 – ship time

 

 

 

แน่นอนว่าข่าวว่ากัปตันกลายร่างเป็นแมวเพียง 24 ชั่วโมงนั่นแพร่กระจายไปไวจนโบนส์แน่ใจว่าทุกคนในเรือรู้เรื่องนี้ กันหมดแล้ว ตั้งแต่เช้าโบนส์ได้ยินทุกคนพูดถึงแมวจิม ก็แน่หล่ะ ลูกเรือทุกคนอยากจะเห็นกัปตันในคราบแมวดูสักครั้ง แต่ส่วนมากก็ผิดหวังเพราะผู้การไม่ยอมให้แมวห่างตัวเลยแม้แต่นิด คงจะมีแค่ลูกเรือที่ห้องบังคับการเท่านั้นที่ได้เห็นหรืออาจจะได้เล่นกับจิม แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ได้ข่าวมาตั้งแต่เช้าแล้วว่าไอ้ตัวยุ่งวิ่งไปทั่วจนห้องบังคับการวุ่นวายไปหมด

 

 

 

เขาจะไม่แปลกใจเลยถ้าจิมในร่างแมว จะได้แผลมาอีกสักสองสามแผล

 

 

 

โบนส์สบถกับตัวเองพอเป็นพิธีอีกสองสามครั้ง พร้อมถืออุปกรณ์เครื่องมือเพื่อจะเดินไปหาเจ้าตัวยุ่งของวัน ถึงแม้ว่าเขาจะย้ำกับสป็อคแล้วว่าตอนเช้าให้พาจิมมาตรวจ แต่สุดท้ายไม่มีวี่แววทั้งวัลแคนทั้งแมวมาหาเขาที่ห้องพยาบาล จนโบนส์ต้องพาตัวเองไปหาเอง เขาคิดว่าเหตุผลที่ไอ้หนูผีหูแหลมไม่พาจิมมาตรวจตอนเช้าก็คงเป็นเพราะจิมแน่ๆ เพราะนอกจากจะยุ่งจนป่วนทั้งสป็อคและคนอื่นไปหมด ก็คงอ้อนจนสป็อคใจอ่อนไม่พามา

 

 

ใครจะไปคิดว่าผู้การชาววัลแคนที่สงบนิ่งขนาดนั้นจะมาแพ้ให้กับคนอย่างจิม แต่ช้อนตาฟ้าๆ เบบี้บลูอายส์  ของตัวเองขึ้นหน่อย จะขออะไรสป็อคก็ยอมพร้อมทำให้ทุกอย่างแล้ว

 

 

โบนส์เดินเข้ามาที่ห้องบังคับการเรือ แปลกใจเล็กน้อยเลยที่ไม่เห็นแมวตัวเล็กซุกอยู่บนตักวัลแคนคนโปรดอย่างที่ตัวเองคิด เหลือบตาไปก็มองเห็นเชคอฟ ที่ตอนนี้ก้มหัวลงใต้เก้าอี้ตัวเอง โบนส์ก็แน่ใจว่าที่อยู่ข้างใต้เก้าอี้นั้นคือจิมชัวร์ๆ

 

 

“กัปตันครับ วันนี้เล่นไล่จับจนพอแล้วนะครับ ออกมาเถอะ ผมทำงานไม่ได้นะ”

 

 

โบนส์กลอกตาอย่างหงุดหงิด แล้วก็เห็นก้อนขนกลมๆวิ่งตุปัดตุเป๋ออกจากใต้เก้าอี้เชคอฟอย่างรวดเร็ว ซึ่งตอนนี้ไปอยู่ที่ขาของอูฮูร่าแทน

 

 

“กัปตันเคิร์ก! ห้ามกัดรองเท้าค่ะ!”

 

 

เหมือนจะเซนส์ได้ว่าตัวเองโดนดุ จิมก็วิ่งหนีอูฮูร่าพุ่งตรงไปที่กำแพงห้องอีกด้านหนึ่ง แต่เจ้าตัวก็หยุดชะงักและสะดุ้งเพราะเห็นอะไรสักอย่าง ขาสั้นๆที่ยังวิ่งไม่ถนัดนัก เดินถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว โบนส์ขมวดคิ้วอย่างงุนงง พลางหลุดขำออกมายกใหญ่เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เจ้าแมวตัวยุ่งตกใจคือเงาของตัวเอง

 

 

 

“ให้ตายสิจิม อยู่เฉยๆไม่ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย แล้วไอ้หูแหลมของแกไปไหน”

 

 

 

เหมือนจะรู้ว่าโบนส์พูดถึงสป็อค จิมก็วิ่งไปยืนรอตรงหน้าประตูของห้องทำงานส่วนตัวของกัปตัน โบนส์จึงเดาได้ว่าสป็อคคงไปคุยงานสำคัญไรสักอย่างอยู่ในนั้น แล้วแน่นอนว่าเจ้าตัวยุ่งคงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปป่วนด้วย

 

 

พูดไม่ทันขาดคำ ประตูห้องก็เปิดออก สป็อคที่เดินออกมามองเห็นโบนส์เป็นอย่างแรก หลังจากนั้นสายตาก็มองลงต่ำ ไปเจอเจ้าก้อนขนที่อยู่บนพื้นหน้าห้อง โบนส์สาบานได้ว่าเขาเห็นมุมปากของสป็อคขยับยกขึ้น ก่อนที่สป็อคจะเดินตรงไปนั่งที่เก้าอี้กัปตัน

 

 

“จิม”

 

 

เพียงแค่เรียกคำเดียว แมวเด็กน้อยที่เดินยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่นักก็วิ่งไปที่ขาของสป็อค พลางยืดตัวคล้ายกับว่าจะให้อุ้ม สป็อคยื่นมือมาลงมาอุ้มจิมไปวางแนบไว้บนตัก อีกมือก็ทำหน้าที่ลูบหัวจิมโดยอัตโนมัติ

 

 

“หมอแมคคอย มีอะไรหรือเปล่าครับ”

 

 

โบนส์แทบจะอดทนไม่ได้กับความหมั่นไส้ที่เกิดขึ้น แหม ยังจะมีหน้ามาถาม ทั้งวัลแคนทั้งแมว แทคทีมกันดีไม่ว่าจิมจะเป็นสปีชี่ย์ไหน ถอนหายใจแรงๆหนึ่งที่ โบนส์ก็ชูกระเป๋าอุปกรณ์ให้สป็อคดู พร้อมเลิกคิ้วขึ้นตามองศาเป๊ะๆที่แทบจะก๊อปปี้วัลแคนตรงหน้ามายังไงยังงั้น

 

 

“มาตรวจไอ้เด็กน้อยนี่ไง! ก็บอกให้ไปหาแต่เช้าก็ไม่มา ต้องให้ตามมาถึงนี่”

 

 

หลังจากวุ่นวายกับแมวที่ขู่เขาฟ่อๆตลอดเวลาเสร็จเรียบร้อย โบนส์ก็พอใจ

 

 

“ครบ 24 ชั่วโมงแล้วมันกลับมาเป็นเหมือนเดิมเมื่อไหร่ เรียกฉันด้วยนะสป็อค”

“รับทราบครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

.

 

 

 

 

 

0236 – ship time

 

 

 

 

หืม?

 

 

 

เป็นอีกครั้งนึงที่จิมตื่นขึ้นมาแล้วเห็นหูแหลมๆของสป็อคเป็นอย่างแรก แต่คราวนี้เขานอนทับอยู่ข้างบนสป็อค แทนที่จะเป็นสป็อคกอดเขาจากทางด้านหลังเหมือนทุกที เหมือนกับว่าจิมหลับคาอกวัลแคนยังไงยังงั้น  จิมขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เขาจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนเขาหลับไปตอนไหน สิ่งสุดท้ายที่จำได้คือเขาอยู่ที่ห้องบังคับการ….

 

 

แค่คิดถึงตรงนี้จิมก็รู้สึกปวดหัวจี้ดขึ้นมาทันที คนข้างล่างที่เขานอนทับเริ่มอยู่รู้สึกตัว สป็อคเรียกชื่อเขาเบาๆ

 

 

“จิม ?”

 

 

จิมไม่ตอบ ตอนนี้นอกจากจิมจะง่วงแล้ว จิมยังรู้สึกมึนๆหัวไปหมด เขาถอนหายใจ รู้สึกได้ว่ามือของสป็อคจับอยู่บริเวณขมับของเขา จิมก็เอาหน้าซุกเข้าไปในมือสป็อค พลางเอาหน้าผากดันฝ่ามือของคนข้างล่าง เป็นสัญญาณให้ลูบหัว อากัปกริยาเหมือนลูกแมว ไม่มีผิด

 

 

งือ สบายจัง..

 

 

“จิม–”

 

 

จิมไม่รู้ว่าสป็อคพูดอะไรบ้าง จิมรู้แค่ตอนนี้อยากให้สป็อคลูบหัว จิมรู้สึกสบาย แต่เมื่อรู้สึกว่ามือของสป็อคหยุดชะงัก จิมก็ลืมตาขึ้นมาอย่างหงุดหงิด พลางคว้าเอามือของวัลแคนเข้ามางับเบาๆ

 

 

ต้องทำโทษ สป็อค ทำโทษ ทำไมไม่ลูบหัว…

 

 

หลังจากงับเบาๆทีละนิ้วจนพอใจ ดวงตาสีฟ้าของจิมก็มองมือของสป็อคที่อยู่ในมือของตัวเอง

 

 

มือสวยแฮะ…

 

 

 

สป็อคนอนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองคนรักของเขาที่ถึงแม้จะกลายเป็นมนุษย์แต่ยังคงทำตัวเหมือนแมวไม่มีผิด  สป็อครู้สึกว่าความอดทนของตัวเองน้อยลงทุกที แล้วมันก็กำลังจะหมดไปเมื่อสป็อครู้สึกถึงความชื้นที่นิ้วเหมือนคราวก่อน แต่คราวนี้ ไม่ใช่ลิ้นสากๆของแมว แต่เป็นลิ้นของจิม

 

 

 

 

 

ถ้าเปรียบตามคำพูดของมนุษย์ละก็ สป็อคจะเรียกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาตอนนี้ว่า

‘ความอดทนของเขามันกำลังจะขาดผึง

 

 

 

 

 

แต่ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของจิม ที่โบนส์เมื่อเห็นว่ามันเลยเวลา 24 ชั่วโมงที่จิมควรกลับมาเป็นเหมือนเดิมไปแล้ว เลือกจังหวะนี้ใส่รหัสหน้าประตูแล้วพุ่งตัวเข้ามาในห้องนอนของกัปตันพอดิบพอดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันบอกว่าถ้ามันตื่นให้เรียกฉันไงสป็อค!!! ”

“…”

“หือ..”

 

 

 

“เฮ้ย!! ไอ้หนูผีหูแหลม เป็นอะไรวะ ทำไมตัวแข็งทื่อแบบนั้น”

“ผม–”

“งือ..”

 

 

 

“จิม!!! หยุดกินมือสป็อคได้แล้ว!! สป็อค!!! ลุก!!”

“จิม–”

“ซาาา ป็อคคคคค”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

.

 

 

 

 

 

 

fin.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อย่าว่าหมอ หมอเป็นห่วงน้องจิมมากๆค่ะ55555555555

ทำไมลั่นติดๆกันไม่รู้ ฮือ ฟีตแบคเรื่องที่แล้วดีกว่าที่คิดมากๆ เลยมีกำลังใจอยากจะแต่งอีกค่ะ *ปาหัวใจให้ทุกคน*

Inspiration ของฟิคเรื่องนี้มาจากที่เห็น gif สป็อค (ver.คุณนีมอย) อุ้มแมวในทวิตค่ะ มันแบบ คือมันแบบบ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ อยากจะเห็นจิมเป็นแมวยุ่งๆ แล้วนอนหวงก้างอยู่บนตักสป็อคอ่ะค่ะ ฮืออ มโนกันไปค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ ภาษาอาจจะมีขัดๆไปบ้าง แต่พยายามเกลาอยู่นะคะ เคาะสนิมจากการไม่ได้แต่งมา 4 ปี ฮรือววว

ติชมอีกทางได้ที่ทวิตเหมือนเคย @pimpalalla หรือจะ #ยัยแมวจิม ก็ได้นะคะ

ขอบคุณมากๆค่ะ >____<

 

Advertisements

6 thoughts on “[os] A kitten kiss ♡ #Spirk

  1. Pingback: Fiction Index – kahs'khiori

  2. โอ้ยยยยน่ารักกก อิแมวจิมโคตรน่ารักกก ฮือ ชอบตอนที่กลายเป็นคนแล้วแต่ยังติดนิสัยแมวมาก แบบสป็อคไม่ยอมลูบหัวต้องกัด โอ้ยยยน่ารักเหลือเกินแงงงง แล้วสป็อคนี่ก็แบบจิมขออะไรก็ยอมขนาดเป็นแมวยังตามใจ มีความขี้หวงร้ายกาจ แงงงง สงสารโบนส์เชคอฟ อูฮูร่า โดนเจ้าแมวป่วนแต่ทำไรไม่ได้แมวมีองครักษ์😂😂😂

    Liked by 1 person

  3. รีเควสตอนต่อค่าาา 55555
    ขุ่นหมอโบนส์ ต้องเคาะประตูนะคะ ทำไมเปนคนแบบนี้ ขัดใจเจ้เลย
    แมวแบบนี้ขอเลี้ยงซักตัว ลูกแมวตาฟ้า ว้ายยยย
    แค่จิ้นก้น่ารักละ แต่ถ้าเป็นจิมแล้วมีหูแมวหางแมวจะน่ารักกว่านี้ กระซิบบอกสป็อค หุๆ
    หะ อะไรนะ เริ่มไม่ใช่ละ 55555

    Liked by 1 person

    • ฮรือวว ถ้ายัยจิมเป็นคนแล้วมีหูมีหางงอกนี่แบบ ฟฟหกกสวว มากๆเลยนะคะ ฟฟฟ ดีใจที่ชอบนะคะ อยากเขียนต่อเหมือนกัน -.,- /ซับเลือด 555555

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s